MerTips #9 ในยุคที่ใครๆ ก็เปิดร้านบุฟเฟ่ต์ เราเปิดบ้าง ดีมั้ย?
ดี! เพราะร้านบุฟเฟ่ต์มีเมนูหลากหลายจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ร้านบุฟเฟ่ต์เป็นอีกหนึ่งในจุดนัดพบสังสรรค์ระหว่างครอบครัว, เพื่อนๆ หรือคู่รัก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจบุฟเฟ่ต์เป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน จากผลสำรวจของ Euromonitor International (บริษัทสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก) พบว่าธุรกิจบุฟเฟ่ต์ในประเทศไทยเติบโต 5-10% ต่อปี แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในธุรกิจร้านอาหารมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นในทุกๆ ปีและสามารถยั่งยืนในระยะยาวได้ แต่ถึงกระนั้นเองเราก็จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้เท่าทันกระแสสังคมและเทรนด์สมัยใหม่ด้วย นอกจากนี้ผู้ประกอบการกว่า 60% (ข้อมูลจาก สมาคมภัตตาคารไทย – Thai Restaurant Association) เลือกที่จะเปิดร้านบุฟเฟ่ต์มากกว่าร้านอาหารทั่วๆ ไป เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตได้มากกว่า ซึ่งข้อดีหลักๆ ในการเปิดร้านบุฟเฟ่ต์ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘โอกาสในการเติบโต’ ที่สูงกว่าธุรกิจร้านอาหารประเภทอื่น ทีนี้หลายคนก็คงอาจจะคิดว่า ถ้าเราเปิดร้านบุฟเฟ่ต์แล้วมีลูกค้ากินเยอะจนเราขาดทุนละ เราจะทำยังไงดี? จริงๆ ตามหลักการแล้วร้านบุฟเฟ่ต์ถือเป็นร้านอาหารที่สามารถควบคุมงบประมาณของต้นทุนได้ง่ายกว่าร้านทั่วไป เพราะเราสามารถวางแผนปริมาณการใช้งานได้อย่างชัดเจน เราสามารถกะปริมาณลูกค้าในแต่ละวันได้ และที่สำคัญคือด้วยความที่เราเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ เราต้องสั่งวัตถุดิบในปริมาณมาก ส่งผลในเราได้วัตถุดิบในราคาที่ถูกลง ต้นทุนลดลง กำไรเพิ่มขึ้นอีกด้วย! ดังนั้นร้านบุฟเฟ่ต์จึงเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตเยอะ กำไรสูง แต่ข้อควรระวังเลยก็คือการทำบัญชีและคำนวณต้นทุน จัดการวัตถุดิบให้ถูกวิธี ซึ่งการที่ผู้ประกอบการจะต้องมานั่งคำนวณด้วยตัวเองคนเดียวคงจะปวดหัวจนไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแน่ ดังนั้นให้ Meri จัดการแทนคุณเองนะ เพราะเราคือระบบจัดการร้านอาหารคิดเผื่อเพื่อคนคิดเยอะ ตั้งแต่คำนวณบัญชี, จัดการสต็อกวัตถุดิบ, การคิดวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าเพื่อนำไปต่อยอดในอนาคต และอื่นๆ […]
