MerTips #9 ในยุคที่ใครๆ ก็เปิดร้านบุฟเฟ่ต์ เราเปิดบ้าง ดีมั้ย?

ดี! เพราะร้านบุฟเฟ่ต์มีเมนูหลากหลายจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ร้านบุฟเฟ่ต์เป็นอีกหนึ่งในจุดนัดพบสังสรรค์ระหว่างครอบครัว, เพื่อนๆ หรือคู่รัก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจบุฟเฟ่ต์เป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน จากผลสำรวจของ Euromonitor International (บริษัทสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก) พบว่าธุรกิจบุฟเฟ่ต์ในประเทศไทยเติบโต 5-10% ต่อปี แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในธุรกิจร้านอาหารมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นในทุกๆ ปีและสามารถยั่งยืนในระยะยาวได้ แต่ถึงกระนั้นเองเราก็จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้เท่าทันกระแสสังคมและเทรนด์สมัยใหม่ด้วย นอกจากนี้ผู้ประกอบการกว่า 60% (ข้อมูลจาก สมาคมภัตตาคารไทย – Thai Restaurant Association) เลือกที่จะเปิดร้านบุฟเฟ่ต์มากกว่าร้านอาหารทั่วๆ ไป เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตได้มากกว่า ซึ่งข้อดีหลักๆ ในการเปิดร้านบุฟเฟ่ต์ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘โอกาสในการเติบโต’ ที่สูงกว่าธุรกิจร้านอาหารประเภทอื่น ทีนี้หลายคนก็คงอาจจะคิดว่า ถ้าเราเปิดร้านบุฟเฟ่ต์แล้วมีลูกค้ากินเยอะจนเราขาดทุนละ เราจะทำยังไงดี? จริงๆ ตามหลักการแล้วร้านบุฟเฟ่ต์ถือเป็นร้านอาหารที่สามารถควบคุมงบประมาณของต้นทุนได้ง่ายกว่าร้านทั่วไป เพราะเราสามารถวางแผนปริมาณการใช้งานได้อย่างชัดเจน เราสามารถกะปริมาณลูกค้าในแต่ละวันได้ และที่สำคัญคือด้วยความที่เราเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ เราต้องสั่งวัตถุดิบในปริมาณมาก ส่งผลในเราได้วัตถุดิบในราคาที่ถูกลง ต้นทุนลดลง กำไรเพิ่มขึ้นอีกด้วย! ดังนั้นร้านบุฟเฟ่ต์จึงเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตเยอะ กำไรสูง แต่ข้อควรระวังเลยก็คือการทำบัญชีและคำนวณต้นทุน จัดการวัตถุดิบให้ถูกวิธี ซึ่งการที่ผู้ประกอบการจะต้องมานั่งคำนวณด้วยตัวเองคนเดียวคงจะปวดหัวจนไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแน่ ดังนั้นให้ Meri จัดการแทนคุณเองนะ เพราะเราคือระบบจัดการร้านอาหารคิดเผื่อเพื่อคนคิดเยอะ ตั้งแต่คำนวณบัญชี, จัดการสต็อกวัตถุดิบ, การคิดวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าเพื่อนำไปต่อยอดในอนาคต และอื่นๆ […]

MerTips #8 กินที่ร้าน VS เดลิเวอรี่ เปิดร้านแบบไหนที่ใช่สำหรับเรา

กำลังตัดสินใจอยู่รึเปล่า? ว่าจะเปิดร้านอาหารแค่อย่างเดียว หรือจะเปิดเดลิเวอรี่ด้วยดีนะ จากใจผู้ประกอบการหลายๆ คนก็คงอยากที่จะเปิดเดลิเวอรี่ควบคู่ไปกับการทำร้านอาหารด้วย แต่ก็ยังคงมีความลังเลอยู่ในใจ เพราะหากเปิดเดลิเวอรี่หมายความว่าจะต้องจัดการอะไรหลายอย่างเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าแพกเกจจิ้งใส่อาหาร, ค่าส่วนต่างให้แอพเดลิเวอรี่, การจัดเก้าอี้สำหรับไรเดอร์และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเราอาจจะไม่ต้องเร่งรีบเปิดเดลิเวอรี่ก็ได้ เพราะการนั่งกินอาหารในร้านเองก็มีข้อดีของมัน และบอกเลยว่าหากเราไม่แบ่งแรงไปทำเดลิเวอรี่ แล้วทุ่มพลังให้กับข้อดีเหล่านั้น อาจจะทำให้เราได้กำไรมากขึ้นก็ได้นะ!  ด้วยความที่การทานที่ร้านจะได้รับอาหารที่สดใหม่ส่งตรงมาจากครัว ลูกค้าจะได้ลิ้มรสชาติอาหารอย่างเต็มที่ ต่างจากการขายอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี่ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ กว่าอาหารจะไปถึงมือของลูกค้าอาจจะเย็นจนชืด, น้ำแข็งอาจจะละลายหรือหน้าตาอาจจะไม่สวยงามเหมือนทานที่ร้านแล้วก็ได้ คงปฎิเสธไม่ได้ว่าการสั่งอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี่ สิ่งเดียวที่จะมัดใจลูกค้าได้ก็คือหน้าตาและรสชาติอาหาร หากอาหารถึงมือช้าก็อาจจะชืด ลูกค้าก็อาจจะเลือกไม่สั่งซ้ำ แต่หากลูกค้ามานั่งกินที่ร้าน ลูกค้าอาจจะได้รับบรรยากาศที่ดีจากการตกแต่งร้าน, เซอร์วิสที่ดีจากพนักงาน หรือความประทับใจอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกมากมาย ซึ่งสิ่งที่จะเกิดเป็นสายสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและร้านอาหาร นอกจากนี้เรายังสามารถนำฟีดแบ็คของลูกค้าไปพัฒนาต่อหรือเป็นกำลังใจให้เราได้อีกด้วย! ต้นทุนที่ไม่จำเป็นตัวอย่างเช่น ค่ากล่องอาหาร, ค่าถุงกระดาษ, ช้อนส้อมพลาสติก หรือแม้กระทั่งค่าสติกเกอร์ที่ต้องแปะไว้บนกล่องอาหาร หากเราขายเฉพาะทานในร้านก็จะสามารถลดต้นทุนตรงส่วนนี้ไปได้เยอะเลยทีเดียว ลองนึกภาพตามว่าเรามีพนักงานในร้าน 2 คน เราจำเป็นต้องแบ่งคนนึงไปดูแลในส่วนของเดลิเวอรี่ เพื่อให้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่น แต่เมื่อใดก็ตามที่ออเดอร์เริ่มเยอะมากจนเกินไป ก็จะส่งผลให้ลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านรอนานมากยิ่งขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดความไม่พอใจขึ้นได้ โดยเราจะเห็นว่าจริงๆ แล้วการขายหน้าร้านเพียงอย่างเดียวก็ถือเป็นข้อดีอย่างนึงเหมือนกัน เพราะเราสามารถทุ่มเทเวลาของเราให้กับหน้าร้านได้อย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าเปิดเดลิเวอรี่เมื่อพร้อม แต่ถ้าหน้าร้านของเรามีลูกค้ามากจนเกินไป สวนทางกับจำนวนพนักงานที่เรามี ก็อาจส่งผลให้เกิดข้อเสียได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น […]

MerTips #6 พัฒนาร้านอาหารของคุณ ด้วยมือถือเพียง 1 เครื่อง!

ในยุคที่ธุรกิจร้านอาหารมีร้านเปิดใหม่ทุกวันทำยังไงเราถึงจะอยู่รอดได้? หลายๆ คนอาจจะพลาดส่วนที่สำคัญที่สุดไป นั่นก็คือ ‘ข้อมูล’ นั่นเอง ข้อมูลมีอยู่รอบตัวเราทุกที่ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของลูกค้า, ข้อมูลของร้านอาหารข้างๆ, ไปจนถึงข้อมูลของวัตถุดิบ และในบางครั้งเราก็เผลอปล่อยให้ข้อมูลที่สำคัญหลุดลอยไปโดยไม่รู้ตัว แล้วแบบนี้เราจะเก็บข้อมูลเหล่านั้นมาทำให้ร้านของเราดีขึ้นได้ยังไง มาดูกัน! จากผลสำรวจของ National Restaurant Association (สมาคมภัตตาคารแห่งชาติ) เปิดเผยว่าร้านอาหารกว่า 56% นำข้อมูลของลูกค้ามาเพิ่มรายได้ได้จริง ด้วยการจัดเมนูขายดีไปจนถึงการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าของเรา และนอกจากนี้ Deloitte (บริษัทตรวจสอบบัญชีสี่แห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ยังเปิดเผยสถิติอีกว่าลูกค้ากว่า 70% อยากจะกลับไปทานร้านอาหารที่มีการปรับปรุงตามฟีดแบ็กของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ร้านอาหารรอคิวนานมากเลย ไม่เป็นระบบ หนึ่งเดือนถัดมาร้านได้มีการจัดระบบรอคิวให้ดีมากยิ่งขึ้น ลูกค้าก็อยากจะกลับไปลองกินอีกครั้ง และการที่จะได้ข้อมูลเหล่านี้มา ล้วนมาจากการเก็บข้อมูลในร้านของตัวเองทั้งนั้น ซึ่งเราไม่สามารถทำตามร้านอาหารหรือนักธุรกิจคนอื่นได้ทั้งหมด เพราะสุดท้ายแล้วเป้าหมาย, กลุ่มลูกค้าของร้านอาหารก็ล้วนแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเราควรที่จะเลือกวิธีที่เหมาะสมและดีต่อตัวเองที่สุดนะ  โดยในยุคปัจจุบันก็มีวิธีการเก็บข้อมูลที่สะดวกสบายและสามารถดูได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยมือถือเครื่องเดียวอย่าง Dashboard รายงานหลังบ้าน ที่สามารถดูโต๊ะว่าง, ยอดบิล ยอดขายในแต่ละวัน, เมนูขายดียอดนิยม, ระยะเวลาที่ลูกค้าทานอาหาร ไปจนถึงจำนวนลูกค้าที่มาด้วยกัน ที่สำคัญคือสามารถดูย้อนหลังได้ถึง 12 เดือน! เรียกได้ว่าเราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาร้านอาหารของเราได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น จัดเมนูเซ็ตสำหรับครอบครัว, โปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับเด็กมหาลัย […]

MerTips #7 เพิ่มยอดขายให้ร้าน ด้วยการใช้โซเซียลมีเดีย

ด้วยความที่ทุกวันนี้โซเซียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากยิ่งขึ้น เวลาเราไปเที่ยวไหนก็มักก็หยิบมือถือขึ้นมาเสิร์จ ‘ร้านอาหารใกล้ฉัน’, ‘ร้านบุฟเฟ่ต์อร่อย ไม่แพง’, ‘ร้านอาหารอร่อย’ เป็นต้น อีกทั้งข้อมูลจาก Google ยังบอกอีกว่ากว่า 89% ของผู้บริโภคมักจะเสิร์จหาร้านอาหารผ่านมือถือก่อนที่จะไปหน้าร้านจริงๆ! จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงควรทำการตลาดออนไลน์ เพราะยิ่งชื่อร้านของเราอยู่ในอินเตอร์เน็ตมากแค่ไหน ก็มีโอกาสที่ลูกค้าจะเสิร์จเจอมากเท่านั้น! ในปัจจุบันแพลตฟอร์ม Facebook, TikTok ได้รับความนิยมจากคนไทยมากกว่า 75% (อ้างอิงจาก DataReportal เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลดิจิตอลอันดับต้นๆ ของโลก) เราจะสามารถสังเกตได้จากรีวิวร้านอาหารจากเพจต่างๆ ตาม Facebook, TikTok ซึ่งการรีวิวจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท จ้างรีวิว, อยากรีวิวด้วยตนเอง ซึ่งในหลายๆ ครั้งต่อให้เราจะรู้ว่าเป็นการจ้างรีวิว เราก็ยังมีความอยากที่จะไปกินไม่ว่าจะด้วยราคา, บรรยากาศร้าน, รสชาติอาหาร ไปจนถึงการตกแต่ง เพราะฉนั้นจะลองจ้างรีวิวบ้างก็ไม่เสียหาย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในทางลัดของการโปรโมทร้านก็ว่าได้ ถึงแบบนั้นใช่ว่าการจ้างรีวิวของเราจะสำเร็จ 100% เพราะมันยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น กระแสสังคม, เทรนด์ในช่วงนั้นๆ ไปจนถึงความชอบส่วนบุคคลของลูกค้า ดังนั้นเราจึงควรมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อที่จะได้เห็นภาพมากขึ้นว่าเราจะพาร้านไปในทิศทางไหน แต่การที่จะทำให้ร้านของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่การจ้างรีวิวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรายังสามารถสร้างกระแสขึ้นมาเองได้อีกด้วยนะ ยกตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟชื่อดังใน TikTok […]

MerTips #5 ทำไม ‘ข้อมูล’ ถึงสำคัญต่อการพัฒนาร้านอาหาร

ข้อมูลอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา แม้กระทั่งเราจะเดินไปสั่งอาหารก็ถือเป็นข้อมูลรูปแบบนึงเหมือนกัน แล้วข้อมูลจะช่วยพัฒนาร้านอาหารหรือธุรกิจของเราได้ยังไงละ? ด้วยความที่ร้านอาหารของเราคือการลงทุน เพราะงั้นจะดีกว่ามั้ยหากเราสามารถลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้จาก ‘ข้อมูล’ ที่เรามี ทีนี้เราลองมาถามกันเล่นๆ ดีกว่าว่าในร้านอาหารของเรามีข้อมูลแบบไหนบ้างที่สามารถเอามาพัฒนาร้านของเราได้  – จำนวนลูกค้าที่เข้ามาทานอาหาร– เมนูอาหารที่ลูกค้านิยมสั่ง– ระยะเวลาที่ลูกค้านั่งในร้าน– รูปแบบการชำระเงินที่ลูกค้านิยมจ่าย โดยข้อมูลเรานี้เราสามารถนำมาปรับปรุงเมนูอาหาร, โปรโมชั่น ไปจนถึงรูปแบบของอาหารเพื่อให้เข้ากับลูกค้าของเราได้ด้วยนะ ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้านิยมมาทานที่ร้านของเรากัน 3 คน ดังนั้นเราจึงจัดโปรโมชั่นหากมาทาน 4 คนจะได้รับอาหารเมนูพิเศษ ฟรี! เป็นการเพิ่มจำนวนลูกค้าและรายได้ที่จะเข้ามาร้านของเรา หรืออีกตัวอย่างนึง เมนูไก่ทอดเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมาก แต่เฟรนฟรายซ์เป็นเมนูที่ลูกค้าไม่ค่อยสั่ง เราจึงจัดเซ็ตโปรคู่ ไก่ทอด+เฟรนฟรายซ์ ในราคาที่ถูกลง! เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกได้รับความคุ้มค่า และเป็นการระบายสต็อกเฟรนฟราย์ไปในตัวด้วย  ซึ่งเราจะสังเกตเห็นได้ว่าข้อมูลเหล่านี้เรานำมาพัฒนาร้านของเราเพื่อเพิ่มยอดขายได้อีกมากมาย แต่การเก็บข้อมูลที่กระจัดกระจายเหล่านี้ด้วยตัวคนเดียวถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย หากเราต้องคอยจดใส่กระดาษว่าลูกค้ากินอะไร, สั่งอะไร, มากันกี่คน, นั่งในร้านนานแค่ไหน ดังนั้นจึงมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมาย เพื่อที่จะมาช่วยทุ่นแรงและประหยัดเวลาของเรา ทำให้เราเหลือเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้น  และที่มากไปกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นในธุรกิจไหนๆ นอกจากร้านอาหารก็ล้วนต้องการข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาร้านของตัวเองทั้งนั้น เพื่อทำให้ลูกค้าเก่าพึงพอใจ, มองหาลูกค้าใหม่ๆ, ขยายสาขาไปในสถานที่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของร้านเรา จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงควรให้ความสำคัญกับ ‘ข้อมูล’ ให้มากขึ้น ดังนั้น Meri เมอริ PoS […]

MerTips #4 เพราะร้านอาหารที่ดี ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ!

ทุกคนย่อมมีร้านอาหารในดวงใจที่ไม่ว่าจะไปกินกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อเลย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ว่า อาหารอร่อยมากก, ราคาถูกคุ้มค่า!, บริการดีจนอยากไปซ้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการหลายคนก็คงจะคิดว่าเราไม่เห็นต้องทำเรื่องพวกนั้นเลยเพราะร้านเราเป็นแค่ร้านเล็กๆ เอง ทำแบบนั้นจะเปลืองแรงไปรึเปล่า? แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้ว การคว้าใจลูกค้าเหล่านี้อาจจะทำให้เขากลายมาเป็นลูกค้าเจ้าประจำของร้านเราเลยก็ได้นะ และหนึ่งในเทคนิคที่วันนี้อยากจะมาเล่าให้ทุกคนฟังก็คือ ‘ความจริงใจ’ ที่ใส่ลงไปในการบริการ ไม่ว่าจะเป็นการที่เราอยากให้ลูกค้ามีความสุขเวลาทานอาหารที่ร้านเรา, ซื้อกลับบ้านไปก็ยังได้ทานอาหารที่อร่อยเหมือนเดิม หรืออยากทำให้ลูกค้ายิ้มเวลาคิดถึงร้านเรา ซึ่งอาจจะเริ่มต้นด้วยการ ‘บริการที่ดี’ ยิ้มให้ลูกค้า ใส่ใจลูกค้าเหมือนพาครอบครัวหรือเพื่อนมากินข้าว ตัวอย่างเช่นเวลาเราไปทานร้านอาหารแล้วเจอคุณป้าหน้าบึ้งตึง พูดจากระแทกกระทั้นใส่ อาหารอร่อยก็จริงแต่บริการไม่ดีเลย ก็อาจจะทำให้เราลังเลหากจะไปทานอาหารในครั้งที่สอง แต่กลับกันหากเราไปทานร้านอาหารที่ทั้งบริการดี รสชาติอร่อย ใครก็อยากไปซ้ำ เพราะร้านอาหารที่ดี ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ! แล้วหากเราขายเดลิเวอรี่เพียงอย่างเดียวจะทำยังไงดี? เราก็อาจจะลองใช้เทคนิคเดียวกันกับร้านอาหารดังๆ เจ้าอื่นก็ได้ อย่างการเขียนการ์ดขอบคุณให้ลูกค้า เหมือนที่ร้านกาแฟชื่อดังแห่งนึงชอบเขียนบนแก้วน้ำ เช่น “ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดี” หรือ “ขอบคุณที่อุดหนุนร้านของเรา” เป็นต้น การทำแบบนี้จะทำให้ร้านอาหารของเราและลูกค้าเกิดสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกค้าอยากซื้ออาหารของเราต่อในอนาคตได้ด้วยเช่นกัน  แบบสำรวจของ WebFX (ผู้นำทางการตลาดอันดับ 1 ในอเมริกา), ZenDesk (บริการ Customer service ที่ได้รับความไว้วางใจกว่า 200,000 แบรนด์) […]

MerTips #3 เพิ่มยอดขาย ด้วยการ ‘รอ’ อย่างพอดี

เคยรู้สึกหิวขึ้นมาระหว่างวัน แล้วไม่รู้ว่าจะกินอะไรดีมั้ย? เดินมองร้านอาหารข้างทางไม่รู้ว่าจะเข้าร้านไหนดี แต่พอเห็นร้านไหนคนเยอะๆ ก็มักคนคิดว่าร้านนี้ต้องอร่อยแน่เลย คนถึงได้เยอะขนาดนี้ แล้วร้านอาหารเหล่านี้เขาบริการจัดการยังไง ให้มีคนอยู่ในร้านตลอดเวลาล่ะ? นี่แหละคือหลักการ ‘รอ’ อย่างพอดี ร้านอาหารหลายร้านมักจะคิดว่าเราต้องรีบทำอาหารให้ไว เสิร์ฟให้เร็ว ซึ่งนั่นไม่ใช่ความคิดที่ไม่ดีและเผลอไม่แน่ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับลูกค้าด้วย เพราะลูกค้าจะได้อาหารอย่างรวดเร็ว และรู้สึกมีความสุขที่ไม่ต้องเสียเวลารอนานๆ อีกทั้งยังดีต่อช่วงเวลาเร่งด่วน เพราะเราจะสามารถหมุนเวียนกลุ่มลูกค้าคนใหม่เข้ามาสับเปลี่ยนได้ไวมากยิ่งขึ้น แต่หากเรา ‘รีบเร่ง’ ทำอาหารในช่วงเวลาที่ไม่มีใครนั่งอยู่ในร้านจะเกิดอะไรขึ้นละ? หากเราเสิร์ฟอาหารเร็วอาจจะทำให้ร้านของเราโล่งจนเกินไป ซึ่งนั่นก็อาจจะสร้างความคิดแก่คนที่กำลังเลือกร้านอาหารว่า ‘ร้านนี้ไม่เห็นจะมีคนเลย ไปร้านที่มีคนเยอะๆ ดีกว่า คนเยอะต้องอร่อยแน่นอน’ ทั้งที่วันนี้เราอาจจะเปิดบิลไปตั้งมากมายแล้วก็ได้ แล้วต้อง ‘รอ‘ นานแค่ไหนถึงจะพอดีละ? จากผลสำรวจของ CivicScience บริษัทที่รวบรวมความเห็นคน ในกลุ่มร้านอาหารประเภท อาหารจานด่วน (Fast Casual Dining เช่น Mos burger, After You , ร้านก๋วยเตี๋ยวหรือร้านอาหารตามสั่งทั่วไป) พบว่ากลุ่มลูกค้าถึง 43% สามารถรออาหารได้อยู่ที่ 10-15 นาทีโดยที่ไม่รู้สึกว่านานจนเกินไปและสร้างประสบการณ์รับประทานอาหารที่ดีให้แก่ลูกค้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทร้านอาหารของเราด้วย สมมติว่าเราเป็นร้านเบเกอรี่ หยิบเค้กจากตู้ใส่จานก็สามารถเสิร์ฟได้แล้ว แต่ใช้เวลานานถึง […]

MerTips #2 เลือกทำเลผิด ก่อนจะวิกฤต มาพลิกให้เป็นโอกาส

บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการมักจะไม่ค่อยมีสิทธิ์เลือกทำเลร้านอาหารด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเพราะปัญหาต้นทุนที่สูงเกินไปและปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย แต่บางครั้งทำเลที่เรามีก็อาจจะไม่ใช่สถานที่ที่ดีที่สุด แล้วทำยังไงละ? ถึงจะทำให้ร้านของเราไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ร้านอาหารทุกร้านย่อมมีจุดเด่นที่แตกต่างและเป็นของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ร้านอาหารออร์แกนิคเพื่อสุขภาพ ที่ปลูกผักเองด้วยเองความใส่ใจ, ร้านพิซซ่าต้นตำรับสไตล์อิตาลี นำเข้าวัตถุดิบจากยุโรป หรือคาเฟ่ขนมหวานสไตล์ยุโรป ใกล้รถไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งเราก็สามารถนำหลักการตลาดเหล่านี้มาปรับใช้กับร้านของเราได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นหลักการ UNIQUE SELLING POINT (USP) หรือหลักการ SWOT Analysis ด้วยความที่ในปัจจุบันมีร้านอาหารเยอะมาก ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกกินได้อย่างอิสระ แต่เชื่อมั้ยว่าผู้บริโภคเองก็มักจะมีร้านโปรดของตัวเองเสมอ ด้วยรสชาติที่ถูกปาก, บริการที่ดี ไปกินกี่ทีก็สบายใจ, ราคาย่อมเยาว์ที่สมเหตุสมผล และอื่นๆ  อีกมากมาย จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราจะต้องทำรสชาติอาหารให้อร่อย และบริการดีอยู่เสมอ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้บริโภคเจออาหารที่คุณภาพลดลง หรือบริการผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจจะทำให้ลูกค้าไม่มาร้านของเราอีกเลยก็ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อค้า, แม่ค้า, ผู้ประกอบการเปิดร้านอาหารหรือธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ ของตัวเอง ทุกคนก็ล้วนต้องใช้ความรู้ทางด้านการตลาดมาพัฒนาธุรกิจของตัวเอง ซึ่งความรู้เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราสามารถเริ่มศึกษาได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์คู่แข่ง, จัดทำโปรโมชั่น, ทำเมนูพิเศษตามเทศกาล ไปจนถึงการทำโฆษณาออนไลน์ จ้างเหล่า Tiktoker มารีวิว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันสื่อออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคจริงๆ  ในปัจจุบันการขายอาหารผ่านช่องทางเดลิเวอรี่กลายเป็นอีกหนึ่งในการเพิ่มรายได้ชั้นดีให้กับร้านอาหาร เมื่อปัจจัยหลายอย่างส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้ผู้บริโภคจำนวนนึงเลือกที่จะอยู่บ้านสั่งอาหารอร่อยๆ […]

MerTips #1 เล่าเรื่องยังไง? ให้ร้านอาหารของคุณเติบโตได้มากกว่าที่เคย!

ทำไม ‘การเล่าเรื่อง’ จึงสำคัญต่อการเปิดร้านอาหาร? “มนุษย์เราเชื่อในข้อมูล แต่ตัดสินจาก ความรู้สึก” ทุกคนลองนึกภาพตามว่ามีร้านอาหารสองร้านอยู่ติดกัน ร้านแรกเป็นร้านอาหารตามสั่งป้าใจ กับอีกร้านเป็นร้านอาหารรสมือคุณแม่ หลายคนก็คงอยากจะกินร้านที่สองมากกว่า เพราะเราต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าแม่ทำอาหารด้วยความใส่ใจและอร่อย และในขณะเดียวกันเราก็อาจจะสงสัยว่าป้าใจเป็นใคร ป้าใจทำอาหารอร่อยยังไง? หากเราลองสังเกตและวิเคราะห์ตามดูจะเห็นว่าแค่ประโยคเดียวก็เปลี่ยนความคิดของเราได้เลย เลยเป็นสาเหตุว่าทำไม ‘การเล่าเรื่อง’ ถึงสำคัญ และนอกจากนี้การเล่าเรื่องที่ดี เราจะต้องเล่าให้ถูกคนด้วย ประกอบไปด้วย 4 ส่วนสำคัญ 1. ลูกค้าของเราเป็นคนแบบไหนกันนะ? (เพศ/อายุ/อาชีพ/รายได้/อื่นๆ)2. ลูกค้าชอบกินอะไร มีความชอบแบบไหน รสชาติแบบใด?3. ลูกค้าของเราเดินทางมาไกลมั้ย เดินทางมาร้านเราได้ยังไง?4. นิสัยเขาเป็นแบบไหน กินอาหารหมดจานมั้ย เราให้ข้าวหรือกับเยอะไปรึเปล่า? ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เราสามารถเสิร์จหาข้อมูลได้ตามอินเทอร์เน็ต, วิเคราะห์พฤติกรรมของคนรอบตัว ไปจนถึงวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคของร้านอื่นๆ เลยทีเดียว และเราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้ในร้านอาหารของเราได้ หลังจากที่เราเข้าใจพฤติกรรมกลุ่มผู้บริโภคของเราแล้ว ถัดมาคือขั้นตอนสร้างเรื่องราวให้กับ ‘ธุรกิจ’ ของเรา ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเล่าเรื่องคือ ‘การหาจุดเด่นของธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร’ เช่น จุดเริ่มต้นของการเปิดร้าน, Passion ของเราที่มีต่อร้านอาหารอาหาร, สิ่งที่เราอยากมอบให้กับผู้บริโภคหรือลูกค้าของเรา เป็นต้น ซึ่งจุดเด่นตรงนี้นี่แหละ ที่จะทำให้คนจดจำตัวตนของร้านเราได้ ยกตัวอย่างเช่น นาย A […]

1 2